การเลือกฝ้าเพดาน สำหรับการตกแต่งบ้าน

ceiling photo

การเลือกฝ้าเพดาน สำหรับการตกแต่งบ้าน

ฝ้าเพดานนั้นถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ สำหรับการตกแต่งบ้าน ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก บ้านสมัยนี้ก็ล้วนแล้วแต่ เป็นบ้านที่มีการใช้งานฝ้าเพดานกันทั้งสิ้น ทั้งนี้ก็เพราะว่า ฝ้าเพดานนั้น จะช่วยในการทำให้ห้องดูสวยงาม มีมิติ และสามารถตกแต่ง ร่วมกับของตกแต่งอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟ หรือผ้าม่าน ดังนั้นการสร้างบ้านแต่ละครั้ง ก็มักจะมีการเอาฝ้าเพดานมาใช้งานกันในทุกครั้ง ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ ฝ้าพดานแบบต่างๆ ที่มีในท้องตลาด สำหรับการเลือกใช้งานให้เหมาะกับบ้านและรสนิยมกันครับ ดังนี้

– ฝ้าเพดานแบบกระเบื้องแผ่นเรียบใยหิน เป็นฝ้าเพดาน ที่ได้รับความนิยมสูง จากทั้งผู้ที่ทำการสร้างบ้านเอง หรือผู้รับเหมา ทั้งนี้ก็เพราะว่า ฝ้าเพดานแบบนี้ มีราคาถูก สามารถหาซื้อได้ง่ายและการติดตั้งใช้งานก็ทำได้ง่ายมากๆ ฝ้าเพดานแบบนี้ จะมีลักษณะเป็นแผ่นสี่เหลี่ยวจตุรัส ที่ต้องวางเรียงต่อกัน เหมือนกับกระเบื้องปูพื้น แต่ฝ้าใยหิน จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า การใช้งานก็เพียงแค่ มีโครงเหล็ก อลูมิเนียม ยึดเอาไว้กับขื่อ หรือคานบ้าน จากนั้นก็นำเอาฝ้ามาเรียงต่อกันจนครบพื้นที่ ข้อดีของฝ้าประเภทนี้ก็อย่างที่บอกไปว่า หาซื้อได้ง่าย ราคาถูก แต่ข้อเสียคือมีความยืดหยุ่นที่ต่ำ มักจะไม่ค่อยทนทาน

– ฝ้าเพดานแบบไม้ เป็นฝ้าเพดาน ที่ได้รับความนิยมสูงไม่แพ้ ฝ้าเพดานกระเบื้องใยหินเลย เพราะหาซื้อได้ง่ายเช่นกัน แต่ราคาจะแพงกว่าสักหน่อย ฝ้าเพดานชนิดนี้ จะมีจุดเด่น คือมีลวดลายที่สวยงามคลาสสิก สามารถสร้างความผ่อนคลายให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดี ฝ้าเพดานแบบไม้ มีข้อดีคือ มีความทนทานสูงมาก ไม่เสียหายหรือแตกหักได้ง่ายๆ หากเกิดความเสียหายขึ้นก็สามารถซ่อมแซมได้เป็นจุด ไม่ต้องรื้อทิ้งทั้งแผ่น เหมือนฝ้าแบบใยหิน แต่ข้อเสียของฝ้าเพดานแบบไม้ก็คือ มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของแมลง จำพวกปลวก หรือมอดไม้ ดังนั้น จะต้องเลือกใช้งานจากวัสดุที่มีคุณภาพ มีสารเคลือบป้องกันแมลง

– ฝ้าเพดานแบบ อลูมิเนียม เป็นฝ้าเพดาน ที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบความจำเจ เพราะลักษณะของฝ้าเพดานแบบนี้จะเป็นซี่ยาวๆ ปูทับๆ กันไป ทำให้เกิดความสวยงามแปลกตา อย่างไรก็ตามต้องบอกว่า ฝ้าเพดานแบบนี้ไม่ค่อยจะเหมาะกับการใช้งานในบ้านมากนัก เพราะมันเป้นวัสดุที่ดูดซับความร้อน หากนำมาใช้งานในบ้าน มักจะมีปัญหาในเรื่องของการเปลืองพลังงาน นอกจากนั้น ยังมีราคาแพงและทำการติดตั้งได้ยาก มันจึงเหมาะกับการนำมาใช้ในอาคารขนาดใหญ่ หรือห้างสรรพสินค้าซะมากกว่า